ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นาซา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นาซา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

นาซาคาดปี 2100 น้ำทะเลสูงขึ้นเกือบ 1 ฟุต

ค้นหา
Custom Search
‘นาซา’ คาดปี 2100 น้ำทะเลสูงขึ้นเกือบ 1 ฟุตเก็บข้อมูล 25 ปี โยงเหตุโลกร้อน-น้ำแข็งละลาย

“องค์การนาซา” ซุ่มเก็บข้อมูลดาวเทียม 25 ปี คาดการณ์ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นถึงเกือบ 1 ฟุต 
ภายในปี 2100 เร่งทำวิจัยต่อเนื่อง พิสูจน์หลักฐานเชื่อมโยงปรากฏการณ์โลกร้อน

12 ก.พ.ที่ผ่านมา ทีมติดตามระดับการเปลี่ยนแปลงน้ำทะเล (Sea Level Change) ของนาซา (NASA)
เผยงานวิจัยชื่อ “Climate-change–driven accelerated sea-level rise detected in the altimeter era” (ภาวะโลกร้อนส่งผลต่อระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น) ในวารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ PNAS (Proceedings of the National Academy of Sciences) ซึ่งได้มีการติดตามข้อมูลดาวเทียมเป็นเวลา 25 ปี พบว่า ระดับน้ำทะเลทั่วโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 
จากในช่วงปี 1990 ที่เคยเพิ่มขึ้นปีละ 2.5 มิลลิเมตร/ปี ปัจจุบันกลับเพิ่มขึ้นถึงปีละ 3.4 มิลลิเมตร/ปี นับเป็นอัตราที่รวดเร็วขึ้นมากโดยเฉพาะช่วง 10 ปีหลัง

สาเหตุหลักเป็นที่คาดเดาได้ เพราะอุณหภูมิโลกด้วยรวมร้อนขึ้น นั่นทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นจากสองปัจจัยคือ หนึ่ง-ปริมาตรน้ำขยายตัวขณะที่น้ำในทะเลร้อนขึ้น 
และสอง-การละลายของน้ำแข็งบก (land ice) ที่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแอนตาร์กติกา รวมถึงธารน้ำแข็ง (glacier) ลงสู่มหาสมุทร ซึ่งนาซาคาดว่า หากระดับน้ำทะเลยังคงเพิ่มสูงในอัตราเท่าเดิมอย่างต่อเนื่อง ภายในปี 2100 ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงถึง 26 นิ้วหรือ 65 มิลลิเมตร และนั่นเพียงพอที่จะสร้างผลกระทบใหญ่หลวงให้กับเมืองชายฝั่งทั่วโลก

รายงานดังกล่าวเป็นโครงการร่วมมือขององค์กรในหลายๆ ประเทศ ได้แก่ นาซา องค์การศึกษาวิจัยอวกาศแห่งชาติฝรั่งเศส (CNES) องค์กรยุโรปสำหรับใช้ประโยชน์จากดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา (EUMETSAT) และองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) 

โดยเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 1992 จากดาวเทียมที่ชื่อ Topex/Poseidon (เริ่มปฏิบัติการปี 1992-2006) Jason-1 (เริ่มปฏิบัติการปี 2001) Jason-2 (เริ่มปฏิบัติการปี 2008) และ Jason-3 (เริ่มปฏิบัติการปี 2016) ดาวเทียมแต่ละตัวจะสำรวจระดับน้ำทะเลและเก็บข้อมูลทุกๆ 10 วัน เป็นเวลา 25 ปี

ข้อค้นพบจากข้อมูลสำรวจฝั่งแอนตาร์กติกาเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับฝั่งอาร์กติกที่ว่า ทะเลน้ำแข็งอาร์กติกเองก็มีอุณหภูมิสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากรายงานประจำปี 2017 เรื่องสถานการณ์ทะเลอาร์กติก (Arctic Research Program) โดยหน่วยงาน NOAA เผยแพร่เมื่อเดือน ม.ค. ปี 2018 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกสัญญาณเตือนว่าโลกได้เดินทางมาสู่ความเปลี่ยนแปลงขั้นสุด (อ่านต่อ: https://greennews.agency/?p=16164)นายจอห์น ฟาซูลโล (John Fasullo) นักวิทยาศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ศูนย์วิจัยบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NCAR) และหนึ่งในทีมวิจัยดังกล่าวให้ข้อคิดเห็นว่า

“ข้อสรุปจากงานวิจัยชิ้นนี้ย้ำให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการนำผลบันทึกจากดาวเทียมมาใช้ในการคาดการณ์แบบจำลองสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น ถ้าการคาดคะเนถูกต้อง เท่ากับว่าระดับน้ำทะเลจะสูงถึงเกือบ 1 ฟุต ภายในปี 2100 ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกเมืองชายฝั่งทั่วโลกแน่นอน และเลวร้ายกว่านั้น หากระดับน้ำทะเลสูงถึง 2 ฟุต บางส่วนของเมืองชายฝั่งใหญ่ๆ เช่น ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม นิวยอร์ก ไมอามี กวางโจว หรือโตเกียว มีความเป็นไปได้ที่จะจมอยู่ใต้บาดาล”

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยเหลือ แต่การเก็บข้อมูลและการตีความในการวัดระดับน้ำทะเลทั่วโลกนั้นยากที่จะคาดการณ์ เนื่องจากในระยะหลังมีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ส่งผลให้เกิดสภาวะอากาศแปรปรวนอันมีผลต่อการเพิ่มหรือลดลงของระดับน้ำทะเล เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญาโปรเจ็คต์ต่อไป ของนาซาจึงต้องการตอบคำถามว่า การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของน้ำทะเลเกิดขึ้นเนื่องจากอะไร แอนตาร์ติกาและกรีนแลนด์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเผชิญกับภาวะโลกร้อน 

โดยนาซาได้ร่วมมือกับหน่วย
งานอื่นๆ ทำโปรเจ็คต์ที่ชื่อ “Operation IceBridge and Oceans Melting Greenland” เพื่อรวบรวมข้อมูลการวัดแผ่นน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง และสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์สำหรับจับตามองปรากฏการณ์นี้โดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ในปี 2018 นาซาเตรียมปล่อยดาวเทียมอีก 2 ดวง เพื่อปรับปรุงการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลในอนาคต 

ได้แก่ หนึ่ง-ภารกิจ Gravity Recovery and Climate Experiment Follow-On 
(GRACE-FO) ร่วมมือกับองค์กรที่ชื่อ GeoForschungsZentrum (GFZ) ประเทศเยอรมนี สำรวจและวัดมวลแผ่นน้ำแข็งในกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกา และสอง-ภารกิจ Elevation Satellite-2 (ICESat-2) ทำหน้าที่สังเกตการณ์ความสูงของแผ่นน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

พบภูเขาน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์แบบในธรรมชาติ

⛰พบภูเขาน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์แบบในธรรมชาติ ภูเขาน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา เพิ่งแตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C )
ได้ไม่นานองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา เผยภาพของภูเขาน้ำแข็งรูปทรงคล้ายโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยักษ์ ลอยอยู่ในทะเลเวดเดลล์(Weddell Sea)
นอกชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา

🏔ภูเขาน้ำแข็งนี้มีรูปทรงแปลกตา เพราะก่อตัวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นรูปทรงที่หาพบได้ยากในธรรมชาติ ทั้งยังมีผิวหน้าเรียบสนิทและมีมุมแหลมเป็นมุมฉาก 90 องศา ซึ่งแสดงว่าเพิ่งแยกตัวออกมาจาก
หิ้งน้ำแข็งใหญ่ได้ไม่นาน
และยังไม่ถูกคลื่นลมในทะเล
ทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซา ซึ่งอยู่บนเครื่องบินสำรวจที่ออกปฏิบัติการเหนือบริเวณชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สามารถบันทึกภาพภูเขาน้ำแข็งนี้ไว้ได้และนำออกเผยแพร่ทางทวิตเตอร์

คาดว่าภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนที่แตกออกมาจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C ) บนคาบสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งเป็นหิ้งน้ำแข็งสำคัญที่กำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากภาวะโลกร้อน

😎ทีมนักวิจัยของนาซาประมาณการว่า ภูเขาน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้น่าจะมีความกว้างกว่า 1.6 กิโลเมตร และมีส่วนฐานที่จมอยู่ใต้ทะเลขนาดมหึมา โดยส่วนยอดรูปสี่เหลี่ยมที่โผล่พ้นน้ำนั้น
คิดเป็นเพียง 10% ของมวลน้ำแข็งทั้งหมด

👨‍🏫ดร. เคลลี บรันต์ นักวิทยาธารน้ำแข็ง (Glaciologist) ของนาซาจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์บอกว่า เคยมีผู้พบภูเขาน้ำแข็งรูปร่างแบบนี้มาก่อนแล้ว และมีชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกกันว่า "ภูเขาน้ำแข็งรูปโต๊ะ" (Tabular iceberg) โดยกระบวนการที่ภูเขาน้ำแข็งนี้ก่อตัวขึ้น จะคล้ายกับปลายเล็บที่แตกออกเมื่อเล็บมือเล็บเท้าเริ่มมีความยาวมากเกินไป ซึ่งชิ้นส่วนที่แตกออกมามักเป็นรูปทรงเรขาคณิต
🕵️‍♂️ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ได้เห็นภาพภูเขาน้ำแข็งดังกล่าว ต่างแสดงความเห็นว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่มีก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์รูปทรงเหลี่ยมสมบูรณ์
เกิดขึ้นในธรรมชาติ เพราะมันดูคล้าย
กับว่ามีมนุษย์ต่างดาวหรือองค์กรลับ แอบใช้เทคโนโลยีระดับสูงตัดน้ำแข็ง
มาวางทิ้งเอาไว้มากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น
ได้เองในธรรมชาติอย่างแน่นอน
google.com, pub-3134526468117619, DIRECT, f08c47fec0942fa0

รายการบล็อกของฉัน