ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทะเลสาบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทะเลสาบ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564

น้ำตกแช่แข็ง ที่ทะเลสาบ Plitvice

🗻ชมภาพความงดงาม
ตระการตาของ ‘น้ำตกแช่แข็ง’ 
ที่ทะเลสาบ Plitvice
โดยปกติแล้วน้ำตกที่เห็นกันทั่วไปก็จะมีความงดงามในตัวเองมันอยู่แล้ว แถมน้ำตกใหญ่ๆ 
ในบางสถานที่ก็ยังดูมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครอีกด้วย แต่ลองคิดดูสิว่าถ้าเกิดเป็นน้ำตกแช่แข็งล่ะ จะมีความสวยงามตระการตาขนาดไหน?
Tamas Toth ช่างภาพจากเมือง Budapest ได้เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติทะเลสาบ Plitvice ในประเทศโครเอเชีย มันเป็นสถานที่ที่โด่งดังและมีพื้นที่กว้างถึง 295 ตารางกิโลเมตร แถมยังมีทะเลสาบกว่า 16 แห่ง 
อีกทั้งยังเต็มไปด้วยหุบเขากับภูเขาหินปูน ซึ่งทะเลสาบที่เขาไปเยือนนั้นก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีความงดงามมากๆ

🔜และเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้ความหนาวเย็นเข้าปกคลุมทะเลสาบ
จนน้ำตกกลายเป็นน้ำแข็ง เขาจึงได้เก็บภาพสวยงามมาให้ทุกคนได้เชยชมกัน

 
ธรรมชาติของน้ำตกนั้นจะต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แต่พอมันถูกแช่แข็งกลับทำให้รู้สึกเหมือน
ทุกอย่างหยุดนิ่ง และให้เราได้สัมผัสกับความงดงามอย่างเต็มที่สุดๆ
ไปเลย
ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานภาพถ่ายที่สวยงามมากทีเดียว ส่วนถ้าเพื่อนๆ คนไหนชื่นชอบผลงานของช่างภาพท่านนี้ล่ะก็ สามารถไปติดชใกันเลยนะครับ

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2563

ทะเลสาบโครงกระดูก

ค้นหา
Custom Search
เปิดตำนาน “ทะเลสาบโครงกระดูก” บนเทือกเขาหิมาลัย เรื่องลึกลับที่พิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์
เทือกเขาหิมาลัยเป็นเทือกเขาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความสวยงาม และความท้าทายของเหล่านักปีนเขามานักต่อนักแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้สวยงามไปเสียทั้งหมด เพราะยังมีเรื่องสยองๆ แอบซ่อนอยู่ที่นั่นเหมือนกัน…

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ Wittyfeed ได้เปิดเผยเรื่องราวชวนขนลุกนิดๆ ของ “ทะเลสาบโครงกระดูกรุปคันด์” หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “ทะเลสาบลึกลับ” ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาลูกหนึ่งในรัฐอุตตราขัณฑ์  ประเทศอินเดีย

เมื่อตอนที่อากาศเย็นตัวจัดๆ ทะเลสาบแห่งนี้จะกลายเป็นน้ำแข็ง ผู้คนจึงพากันมาเล่นสเก็ตกับบนที่แห่งนี้ แต่เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น น้ำแข็งในทะเลสาบและหิมะที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบก็เริ่มละลาย ความสยองก็เริ่มเผยให้เห็น

เพราะบริเวณรอบๆ ทะเลสาบนั้นเต็มไปด้วยโครงกระดูกและกะโหลกของมนุษย์ แถมยังมีกระดูกบางส่วนถูกวางทิ้งไว้ใต้ทะเลสาบอีกด้วย จากการค้นพบโครงกระดูกเหล่านี้ ทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยกันมากว่าโครงกระดูกเหล่านี้เป็นของใครกันแน่?

ตามรายงานบอกว่าโครงกระดูกเหล่านี้ถูกค้นพบเมื่อปี 1942 
โดยนักเดินทางชาวอังกฤษรายหนึ่ง ซึ่งมีตำนานและเรื่องเล่ากันว่าโครงกระดูกที่เกลื่อนพื้นเหล่านี้อาจจะเป็นของทหารในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เสียชีวิตระหว่างเดินทางผ่านเส้นทางนี้

บางตำนานบอกว่าโครงกระดูกที่เห็นอาจเป็นพิธีกรรมการฆ่าตัวตายบริเวณรอบทะเลสาบก็เป็นได้ แต่โชคดีที่วิทยาการทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ไปไกล 

👉ทำให้นักนิติวิทยาศาสตร์ได้เข้ามาทำการสำรวจและพบว่าจริงๆ แล้วโครงกระดูกเหล่านั้นเป็นของมนุษย์ในช่วงปีค.ศ. 830 – 850

ตำนานในท้องถิ่นเล่าว่ากษัตริย์ราจา จัสฮาวาลแห่งนครกาโนจ กับภรรยารานี บาลัมปา ที่กำลังตั้งครรภ์ พร้อมด้วยผู้ติดตามจำนวนหนึ่งได้ออกเดินทางไปยังยอดเขานันทาเทวี รัฐอุตตราขัณฑ์ แต่เมื่อเดินทางมาถึงที่แห่งนี้กลับเจอพายุลูกเห็บอย่างหนักพัดเข้าใส่ทำให้พวกเขาเสียชีวิต

จากการตรวจสอบกะโหลกของพวกเขา ทำให้พบรอยแตกคล้ายๆ กันที่ศรีษะ จึงสรุปได้ว่าพวกเขาเสียชีวิตเพราะพายุลูกเห็บนั่นเอง

วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

สยองทะเลสาบ เมดูซ่า


สยองขาสั่นรัว!!ทะเลสาบ "เมดูซ่า" แปลกสุดในโลก ปลิดลมหายใจสิ่งมีชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ด้วยเหตุผลที่ทำเอาสะพรึงแบบนี้ 

ที่สุดของที่สุดทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลก "ทะเลสาบเนตรอน" ถูกจัดอันดับโดยนิตยสารแทรเวลแอนด์ลีเชอร์ ให้ติดอันดับที่หนึ่งในบรรดาทะเลสาบแปลกที่สุดในโลก แถมยังได้ฉายาว่า "ทะเลสาบเมดูซ่า" เพราะมีเกลือเนตรอนสูงมาก หากมีสิ่งมีชีวิตชนิดใดตกลงไปในน้ำก็จะมีสภาพแห้งกรังและแข็งเหมือนถูกแช่งเอาไว้

ทะเลสาบเนตรอน เป็นทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา ทางตอนเหนือของประเทศแทนซาเนีย ใกล้กับพรมแดนประเทศเคนยา บริเวณฝั่งตะวันออกของหุบเขารอยเลื่อน อีสต์ แอฟริกัน ริฟท์ (East African Rift) และได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ ตามอนุสัญญาแรมซาร์ 

น้ำในทะเลสาบเนตรอนไหลมาจากแม่น้ำเซาเธิร์น อีวาโซ กิโร (Southern Ewaso Ng’iro) ของประเทศเคนยา ซึ่งไหลผ่านธารน้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุก่อนจะมารวมกันที่ทะเลสาบเนตรอน

สีแดงเข้มของทะเลสาบนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากที่น้ำระเหยอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูแล้ง...
จุลินทรีย์ขนาดจิ๋วจำพวกฮาโลไฟล โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ชื่อ ไซยาโนแบคทีเรีย จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

 พวกมันสามารถสังเคราะห์แสงได้ด้วยตัวเองและมีสีแดงเข้มจัด ด้วยฤทธิ์กัดกร่อนของน้ำในทะเลสาบสามารถทำลายผิวหนัง ขน และลูกตาของสัตว์ต่างๆ ที่ตกลงไปได้อย่างง่ายดายจนทำให้สัตว์เหล่านั้นเสียชีวิตในที่สุด

google.com, pub-3134526468117619, DIRECT, f08c47fec0942fa0

รายการบล็อกของฉัน