ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทวีปแอนตาร์กติกา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทวีปแอนตาร์กติกา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

พบภูเขาน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์แบบในธรรมชาติ

⛰พบภูเขาน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสมบูรณ์แบบในธรรมชาติ ภูเขาน้ำแข็งรูปทรงแปลกตา เพิ่งแตกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C )
ได้ไม่นานองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา เผยภาพของภูเขาน้ำแข็งรูปทรงคล้ายโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยักษ์ ลอยอยู่ในทะเลเวดเดลล์(Weddell Sea)
นอกชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา

🏔ภูเขาน้ำแข็งนี้มีรูปทรงแปลกตา เพราะก่อตัวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นรูปทรงที่หาพบได้ยากในธรรมชาติ ทั้งยังมีผิวหน้าเรียบสนิทและมีมุมแหลมเป็นมุมฉาก 90 องศา ซึ่งแสดงว่าเพิ่งแยกตัวออกมาจาก
หิ้งน้ำแข็งใหญ่ได้ไม่นาน
และยังไม่ถูกคลื่นลมในทะเล
ทำให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงไปมากนัก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซา ซึ่งอยู่บนเครื่องบินสำรวจที่ออกปฏิบัติการเหนือบริเวณชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สามารถบันทึกภาพภูเขาน้ำแข็งนี้ไว้ได้และนำออกเผยแพร่ทางทวิตเตอร์

คาดว่าภูเขาน้ำแข็งดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนที่แตกออกมาจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี (Larsen C ) บนคาบสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งเป็นหิ้งน้ำแข็งสำคัญที่กำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากภาวะโลกร้อน

😎ทีมนักวิจัยของนาซาประมาณการว่า ภูเขาน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้น่าจะมีความกว้างกว่า 1.6 กิโลเมตร และมีส่วนฐานที่จมอยู่ใต้ทะเลขนาดมหึมา โดยส่วนยอดรูปสี่เหลี่ยมที่โผล่พ้นน้ำนั้น
คิดเป็นเพียง 10% ของมวลน้ำแข็งทั้งหมด

👨‍🏫ดร. เคลลี บรันต์ นักวิทยาธารน้ำแข็ง (Glaciologist) ของนาซาจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์บอกว่า เคยมีผู้พบภูเขาน้ำแข็งรูปร่างแบบนี้มาก่อนแล้ว และมีชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกกันว่า "ภูเขาน้ำแข็งรูปโต๊ะ" (Tabular iceberg) โดยกระบวนการที่ภูเขาน้ำแข็งนี้ก่อตัวขึ้น จะคล้ายกับปลายเล็บที่แตกออกเมื่อเล็บมือเล็บเท้าเริ่มมีความยาวมากเกินไป ซึ่งชิ้นส่วนที่แตกออกมามักเป็นรูปทรงเรขาคณิต
🕵️‍♂️ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ได้เห็นภาพภูเขาน้ำแข็งดังกล่าว ต่างแสดงความเห็นว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่มีก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์รูปทรงเหลี่ยมสมบูรณ์
เกิดขึ้นในธรรมชาติ เพราะมันดูคล้าย
กับว่ามีมนุษย์ต่างดาวหรือองค์กรลับ แอบใช้เทคโนโลยีระดับสูงตัดน้ำแข็ง
มาวางทิ้งเอาไว้มากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น
ได้เองในธรรมชาติอย่างแน่นอน

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ภาพความงามท่ามกลางน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกา


ภาพความงามท่ามกลางน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกา
เว็บไซต์ Mashable ได้เผยแพร่อัลบั้มทัศนียภาพอันน่ามหัศจรรย์ของดินแดนที่ได้ชื่อว่าหนาวเหน็บ และโหดร้ายที่สุดในโลก ทวีปแอนตาร์กติกา


ทวีปแอนตาร์กติกา ที่ตั้งอยู่บริเวณขั้วโลกใต้เป็นทวีปที่หนาวเหน็บที่สุด และแห้งแล้งที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 7 ทวีปในโลก พื้นที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งนี้มีขนาดใหญ่ประมาณประเทศสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโกรวมกัน บรรดาภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่รอบๆทวีปนั้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของทวีปแอนตาร์กติกามาก่อน และอีกไม่นานพวกมันก็จะละลายปะปนไปกับมหาสมุทรทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้
Alasdair Turner ผู้เผยแพร่ภาพถ่ายที่สวยงามอันน่าทึ่งนี้ใช้เวลากว่า 3 เดือนบนเกาะ Ross ของทวีปแห่งนี้สถานที่ได้ชื่อว่ามีภูมิทัศน์ที่โหดร้ายที่สุดบนโลก แต่ในขณะเดียวกันก็สวยงามที่สุดเช่นกัน หน้าที่ของเขาคือการดูแลความปลอดภัยของบรรดานักวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่อื่นๆยามออกไปปฏิบัติการข้างนอก เขากินยอู่และอาศัยในสถานี McMurdo ซึ่งบริหารงานโดยมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ


ดินแดนที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวนี้ได้รับการสำรวจทรัพยากร การจัดการที่ดิน และวิจัยทางวิทยาศาสตร์ด้วยสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ตัวเขานั้นทำงานร่วมกับบรรดานักวิทยาศาสตร์ในการเดินทางไปตามส่วนต่างๆของทวีป

ไอเดียภาพถ่ายของเขาเกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาก้าวลงมาจากเครื่องบิน และเหยียบที่ดินแดนนี้ โดยนอกจากจุดประสงค์ที่จะโชว์ความสวยงามแล้ว ผู้คนจะได้เห็นความสำคัญว่าเหตุใด เราควรร่วมมือกันเพื่อปกป้องดินแดนนี้ไว้ และใกล้ๆที่พักของพวกเขายังใกล้กับกระท่อมของ Scot และ Shackleton สองนักสำรวจในตำนานผู้พยายามเดินทางไปพิชิตขั้วโลกใต้อีกด้วย

บริเวณรอบๆเกาะ Ross ของเขานั้นเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟ และเป็นหนึ่งในสถานที่แก่การศึกษาบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายสายพันธุ์ ภูมิประเทศที่นี่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาถึง 11,000 ฟุต ภูเขาจำนวนมากถูกฝังอยู่ และมีเพียงไม่กี่ยอดที่โผล่ขึ้นมา 


ในขณะที่บรรยากาศยามค่ำคืนนั้นยิ่งมืดมิด และหนาวเหน็บ เราเห็นดวงอาทิตย์ครั้งสุดท้ายในเดือนเมษายน และไม่ได้เห็นอีกเลยจนกว่าจะถึงกลางเดือนสิงหาคม

นักวิทยาศาสตร์ยังคงทำงานของพวกเขาไป แต่เป็นไปด้วยความยากลำบากภายใต้ข้อจำกัดของความหนาวเย็น เป็นเวลากว่า 2 ฤดูแล้วที่ตัวเขานั้นทำงานนี้มา และค้นพบว่าเป็นการยากลำบากมาที่จะถ่ายภาพในช่วงมืดมิดของปี

ทุกๆภาพของเขานั้นคือความท้าทาย และหลายอุปกรณ์ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ มีบางครั้งที่กล้องหยุดทำงานเพราะถูกแช่แข็ง, นิ้วมือของเขาถูกหิมะกัด, แบตเตอรี่หมด หรือเลนส์เต็มไปด้วยน้ำแข็งเกาะ 

แต่ตัวเขาก็ยังคงยืนยันที่จะพกกล้องออกไปด้วยในทุกวันของการทำงาน เพื่อเก็บภาพความมหัศจรรย์ของสถานที่นี้เอาไว้ ให้ทุกคนได้เห็นว่าทวีปแอนตาร์กติกเป็นอย่างไร
google.com, pub-3134526468117619, DIRECT, f08c47fec0942fa0

รายการบล็อกของฉัน